วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

โรงเรียนยุคพัฒนา (พ.ศ.2510-2540)

โรงเรียนมหาวชิราวุธได้ฟื้นฟูและสร้างอาคารใหม่อยู่บ่อยๆ จนกระทั่ง พ.ศ.2510  ได้เข้าสู่ยุคพัฒนา  ซึ่งเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านระบบการจัดการเรียนการสอน เครื่องแบบ กฎระเบียบ และอีกหลายๆ ด้าน


พ.ศ.2510  สร้างหอประชุม 1 เป็นอาคารไม้ชั้นเดียว สร้างโรงพลศึกษารัตนปราการ 
โดยนายสุชาติ   รัตนปราการ ได้บริจาคเงินสร้างให้กับโรงเรียนมหาวชิราวุธ 


พ.ศ.2512  สร้างเรือนฝึกดนตรีสากล  เป็นอาคารไม้ชั้นเดียว



นอกจากนี้ยังเปลี่ยนเครื่องแบบนักเรียน  จากเสื้อสีขาว  กางเกงสีกากี  เป็นเสื้อขาว  
กางเกงสีน้ำเงิน
  และในพ.ศ.
2512 เปลี่ยนเป็นปักชื่อโรงเรียนจาก  ส.ข.๑  เป็น ม.ว.

พ.ศ.2513  สร้างอาคาร  424 เป็นอาคารคอนกรีต  4  ชั้น  คืออาคาร  3  ในปัจจุบัน

พ.ศ.2514 อาจารย์นิยม  เสรรัตน์ อาจารย์ใหญ่โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย ย้ายมาเป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนมหาวชิราวุธ  ในปีนี้อาคาร 3 ที่สร้างไว้เมื่อปี 2513 ได้เสร็จสมบูรณ์ ในปีเดียวกันนี้ทาง ราชการ 
ได้จัดสรรงบประมาณ
ให้ สร้างอาคาร  424  (อาคาร 4)  และโรงงานช่างยนต์  1  หลัง นอกจากนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองนักเรียนออกเป็นกลุ่มชั้นละ  1  กลุ่ม
      
            พ.ศ.2515  กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดระดับโรงเรียนให้โรงเรียนมหาวชิราวุธเป็นโรงเรียน  
ชั้นพิเศษ
  และให้งบประมาณสร้างโรงฝึกงานอีก หลัง คือ  โรงฝึกช่างไม้และช่างโลหะ และในปีนี้       
คุณแม่สมบูรณ์ ประธานราษฎร์นิกร และนายสุชาติ ประธานราษฎร์นิกรได้บริจาคเงิน 1,500,000 บาท สร้างอาคารคอนกรีต 3 ชั้น 10 ห้องเรียนให้แก่โรงเรียนมหาวชิราวุธ เรียกว่า อาคารสมบูรณ์อุทิศ
(
ประธานราษฎร์นิกร)  หรือ อาคาร 5

พ.ศ.2517 กรมสามัญศึกษา มีคำสั่งให้โรงเรียนรับนักเรียนผลัดบ่าย ทำให้มีนักเรียนมากขึ้น
นอกจากนี้โรงเรียนมหาวชิราวุธ
ได้รับการคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนในโครงการพัฒนาโรงเรียนมัธยมในส่วนภูมิภาค โดยใช้หลักสูตร คมส

พ.ศ.2518  กระทรวงศึกษาธิการประกาศใช้หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย  2518  ในโรงเรียน
จึงมีการเรียนการสอน
 3 หลักสูตร คือหลักสูตร 2518 ในปีนี้คุรุสภาได้อนุมัติแต่งตั้งให้อาจารย์ใหญ่โรงเรียนมหาวชิราวุธ  เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนชั้นพิเศษ


พ.ศ.2519  กระทรวงศึกษาธิการมีคำสั่งให้โรงเรียนมหาวชิราวุธ  เปิดสอนนักศึกษาผู้ใหญ่ระดับ  5  โดยเปิด  4  ห้องเรียน  3  แผนก  คือศิลปะฝรั่งเศส  ศิลปะคณิตศาสตร์  และธุรกิจ  เปิดได้ปีเดียวก็ต้องงด  เพราะโรงเรียนไม่มีความพร้อม

พ.ศ.2521  เป็นปีที่เริ่มหลักสูตรใหม่  โดยจัดการศึกษาเป็น  6-3-3  โรงเรียนจึงต้องเปิดรับนักเรียน  2  ประเภท  คือนักเรียนที่จบประถมศึกษาปีที่  7  เข้าศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่  1  และรับนักเรียนที่จบชั้นประถมศึกษาที่ 6  เข้าศึกษาในชั้นมัธยมปีที่ 1  ในปีนี้โรงเรียนได้รับงบประมาณ  เพื่อก่อสร้างหอประชุม  1  หลัง  โรงฝึกงานช่างยนต์ ช่างไฟฟ้า   และโรงพลศึกษา  1  หลัง  
ในปีนี้คณะกรรมการนักเรียนเก่ามหาวชิราวุธมีมติให้สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  ประดิษฐานไว้  ณโรงเรียนมหาวชิราวุธ  โดยขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเมื่อวันที่  2  ตุลาคม  2522  กรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบและหล่อปั้น  แล้วเสร็จเมื่อวันที่  14  สิงหาคม  2525  จากนั้น อัญเชิญมาประดิษฐานที่โรงเรียนมหาวชิราวุธเมื่อวันที่  18  สิงหาคม  2525  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี  เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์  พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่  29  สิงหาคม  2525  โดยมี  ฯพณฯพลเอกเปรม  ติณสูลานนท์  นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นเป็นประธานดำเนินการจัดสร้าง  และเป็นผู้ถวายคำกราบบังคมทูลในพิธี

พ.ศ.2527  อาจารย์โกศล  ดวงพัตรา  ได้ย้ายมาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนมหาวชิราวุธได้มีการพัฒนาด้านอาคารสถานที่เป็นจำนวนมาก  กล่าวคือ  ในพ.ศ.2528  คณะศิษย์เก่าได้คิดที่จะสร้างหอสมุดให้กับโรงเรียน  โดย  ฯพณฯ  พลเอกเปรม  ติณสูลานนท์  นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น  ได้บริจาคเงินห้าแสนบาทถ้วน  เป็นทุนแรกเริ่มในการสร้างหอสมุด  มีการวางศิลาฤกษ์ในวันที่  26  สิงหาคม  2528  วันที่  28  มิถุนายน  2530  ฯพณฯ  พลเอกเปรม  ติณสูลานนท์  อนุมัติให้ใช้ชื่อหอสมุดนี้ว่า  หอสมุดติณสูลานนท์  และทำพิธีเปิดเมื่อวันที่  26  สิงหาคม  2530  นอกจากนี้ยังได้สร้างลานเอนกประสงค์หน้าอาคารเรียน  1  สร้างสวนสุขภาพ  และเริ่มก่อสร้างอาคารเรียน6

พ.ศ.2532 อาจารย์ไพบูลย์  พิชัยวงศ์  ผู้อำนวยการโรงเรียนระโนดวิทยา  ย้ายมาดำรงตำแหน่งแทน  มีการพัฒนาทางด้านวิชาการ  อาทิเช่น โครงการความเป็นเลิศทางวิชาการ  การพัฒนาการเรียนการสอนและการนำคอมพิวเตอร์มาบริหารงาน  สร้างที่พักนักกีฬาและได้ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำสถานศึกษา  ทำการสมโภชเบิกเนตร  เมื่อวันที่  14 15  ธันวาคม  2533

พ.ศ.2534  อาจารย์สว่าง  หนูสวัสดิ์  ผู้อำนวยการโรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์  ย้ายมาดำรงตำแหน่งแทน  ได้มีการสานต่องานพัฒนาทางด้านวิชาการ  และกิจกรรม

พ.ศ.2537  อาจารย์สว่างเกษียณอายุราชการ อาจารย์สุวิชช์  ศรีทิพยราษฎร์  ผู้อำนวยการโรงเรียนเดชะปัตตนยานุกูล  จังหวัดปัตตานีย้ายมาดำรงตำแหน่งแทน  

พ.ศ.2538  เริ่มรับนักเรียนหญิงเข้าศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นเป็นครั้งแรก  

พ.ศ.2539  ได้วางศิลาฤกษ์อาคาร  100  ปี มหาวชิราวุธ  โดย  ฯพณฯ  พลเอกเปรม ติณสูลานนท์  ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ  เป็นประธานในพิธี  เป็นอาคารคอนกรีต  6  ชั้น  เพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสที่โรงเรียนมหาวชิราวุธ  จะมีอายุครบ  100  ปี  ในวันที่  1  มกราคม  พ.ศ.2540

และ ในวันที่  1  มกราคม  พ.ศ.2540  อาจารย์บุญงาม  ไชยรัตน์  ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีทุ่งสง  จังหวัดนครศรีธรรมราช  ย้ายมาดำรงตำแหน่งแทน  เป็นผู้อำนวยการคนที่  23 และเป็นผู้อำนวยการหญิงคนแรกของมหาวชิราวุธ และได้รวมพลังคณะครู นักเรียนทั้งเก่าและปัจจุบัน รวมทั้งชาวสงขลาร่วมกันจัดงานเฉลิมฉลองในโอกาสโรงเรียนครบรอบศตวรรษ งาน 100 ปี มหาวชิราวุธ สร้างความประทับใจให้ไม่รู้ลืม

.

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

สมาคมนักเรียนเก่า มหาวชิราวุธ

สมาคมนักเรียนเก่ามหาวชิราวุธ

           "มหาวชิราวุธ" เนิ่นนานเกรียงไกรและกร้าวแกร่งอย่างมั่นคงมาจนอายุครบ 100  ปี  สถาบันระดับมัธยมประจำภูมิภาคจังหวัดสงขลา    หัวเมืองอุปราชภาคใต้สุดด้ามขวานทองแม้เป็นสถาบันห่างไกลพระนครหลวง แต่ด้วยความบุกบั่นมานะพยายามของคณาจารย์ และความหมั่นเพียร ของสานุศิษย์ที่จะประกาศศักดิ์ศรีของมาตุภูมิ   ทั้งนามสถาบัน    “โรงเรียนมหาวชิราวุธสงขลา”  เทิดดวงตราสัญลักษณ์  “วชิราวุธ” พระราชลัญจกรแห่งสมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ พระบรมโอรสาธิราช  สยามมกุฎราชกุมาร  ในครั้งนั้น

           ปีแล้วปีเล่า  “ลูกน้ำเงิน-ขาว”  โบยบินออกจากรังรวง ดินแดนใหญ่สองทะเล กระจายไปทุกภูมิภาคของประเทศ ด้วยความมั่นคงในภูมิปัญญา และกล้าแกร่งในการต่อสู้ด้วยวิทยาการที่ได้รับการฟูมฟักมาอย่างดี



            ลูกมหาวชิราวุธที่พวกเราภาคภูมิใจที่สุด นั่นคือ  ฯพณฯพลเอกเปรม  ติณสูลานนท์  ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ  ท่านผู้รักและห่วงใยสถาบันเก่าอย่างซาบซึ้งนับเป็นศิษย์เก่าที่เลิศด้วยเกียรติยศ เกียรติศักดิ์ อันมหาชนยอมรับโดยดุษฎี  ยามประเทศชาติเข้ามุมอับเพราะความขัดแย้งแก่งแย่งของผู้มีอำนาจ   ลูกมหาวชิราวุธคนนี้ได้อาสาเข้าเป็นกันชนเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของแผ่นดิน  แก้ปัญหาทั้งเศรษฐกิจ  สังคม  และการเมือง  จนทะลุทะลวงด้วยความบริสุทธิ์  นับเป็นเยี่ยงอย่างอันประเสริฐ   ที่บรรดา  “ลูกมหาวชิราวุธ”  จะได้ประพฤติปฏิบัติตามสืบไป  

             นับไม่ถ้วนที่จะพรรณนาเป็นรายบุคคล  ถึงเกียรติคุณของศิษย์เก่าแห่งสถาบันมหาวชิราวุธ  กล่าวได้แต่ว่า  ชาวมหาวชิราวุธทุกคนรักและภาคภูมิใจในเกียรติประวัติของแต่ละท่าน  ด้วยเหตุนี้เอง  การรวมพลังเพื่อเชิดชูชื่อเสียงอันเกริกเกียรติเป็นศูนย์รวมดวงใจและมิ่งขวัญของศิษย์เก่ามหาวชิราวุธ ที่กระจัดกระจายอยู่ในทุกภูมิภาคของประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียว  จึงกำเนิด  “สมาคมมหาวชิราวุธ”  ขึ้น

             บุคคลสำคัญที่เริ่มต้นก่อตั้ง   สมาคมนักเรียนเก่ามหาวชิราวุธ    ตั้งแต่ปีพ.ศ.2477  โดยพลโทพระเจ้าวรวงศ์เธอ      พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ  ทรงรับเป็นที่ปรึกษาหารือกับ ขุนคีรีรัฐนิคม  (นวล  สุขะวัลลี) ศิษย์เก่ามหาวชิราวุธดำรงตำแหน่งนายอำเภอเมืองจังหวัดสงขลา ในขณะนั้น  ร่วมกับศิษย์เก่าอีกหลายท่านในการที่จะจัดตั้ง  สมาคมนักเรียนเก่ามหาวชิราวุธขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ทีจะเป็นที่รวมดวงใจของบรรดาศิษย์เก่าเป็นหนึ่งเดียว  เพื่อทำหน้าที่ช่วยเหลือสถาบันที่ได้อบรมสั่งสอน

            แม้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ    จะเสด็จกลับกรุงเทพมหานครก่อนที่การดำเนินการจัดตั้งสมาคมนักเรียนเก่าสำเร็จ แต่ขุนคีรีรัฐนิคมก็สามารถประสานกับหลวงวิชัยจิตรกรรม  (ชัย  จิตรกูล)    อาจารย์ใหญ่โรงเรียนมหาวชิราวุธในขณะนั้น   โดยการอุปการะจากพระสาครบุรีรักษ์  ข้าหลวงประจำจังหวัดสงขลา  (ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา)    ในฐานะนายทะเบียนจนสำเร็จจดทะเบียนเป็น    สมาคมนักเรียนเก่ามหาวชิราวุธ  เมื่อวันที่ 20  พฤศจิกายน  พ.ศ.2477   และทางสมาคมเมื่อวันที่     20  พฤศจิกายน พ.ศ.2477  และทางสมาคมนักเรียนเก่าได้ถวายพระเกียรติผู้ทรงริเริ่มจัดตั้งสมาคมแห้งนี้แด่  พันตรี  พระเจ้าวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ
              สมาคมนักเรียนเก่ามหาวชิราวุธ  ได้อัญเชิญดวงตราพระราชลัญจกร  “วชิราวุธ”  แห่งพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  “พระมหาธีรราชเจ้า”   ซึ่งเป็นดวงตราประจำโรงเรียนมาเป็นตราเครื่องหมายศิริมงคลแห่งสมาคมฯนี้ด้วยความเทิดทูลและถวายรำลึกแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท  เนื่องจากโรงเรียนแห่งนี้ได้สร้างขึ้นในขณะที่พระองค์ท่านทรงดำรงพระยศเป็นพระราชปิโยรสบรมโอรสาธิราช  สยามมกุฎราชกุมาร  และเพื่อเป็นมหามิ่งมงคลแก่สมาคมสืบไป

              ชาวมหาวชิราวุธทุกคน  ต่างเทิดทูลถนอมไว้ซึ่งเกียรติภูมิแห่งสถาบัน  ที่ศิษย์เก่าทั้งหลายต่างได้บำเพ็ญเพียรสร้างไว้  โดยยึดมั่นในปรัชญาเดียวกัน  คือ
“รกฺขาม  อตฺตโน  สาธุ  /  จงรักษาความดีของตนไว้”
รักษาดี – ที่ตนสร้างสมไว้
รักษาดี – ที่ตนเสียสละเพื่อผู้อื่น
รักษาดี – ที่ตนได้มาเพราะการกระทำดี

           กาลล่วงเลยมาจนถึงปี  พ.ศ.2494  คณะกรรมการศิษย์เก่าก็คิดสร้างอาคารสมาคมนักเรียนเก่ามหาวชิราวุธ  ขึ้นเป็นเอกเทศ  โดยรวบรวมเงินได้  304  บาท  ในสมัยนั้น

          จนถึงปีพ.ศ.2495  ได้สมทบเข้ามาอีก  18,434.41  บาทการก่อสร้างจึงเริ่มขึ้นที่  ที่ดินของโรงเรียนบริเวณมุมถนนสะเดา  กับ  ถนนราชดำเนิน  โดยปั้น  วิริโยทัย  นายกสมาคมฯ ได้มีการสร้างเสริมกันเรื่อยมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2495    โดยสมาคมที่ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาบริหารงาน อาทิ นางเล็กดา  จุลสมัย  นายโกวิท  คติการ  นายสวัสดิ์  ถาวรสุวรรณ  นายพิพิธ  วรรณพฤกษ์  และพ.ต.อ.พยูน  สุขะนันท์ (พลตำรวจตรี) ตามลำดับจนเสร็จสิ้นรวมเป็นค่าก่อสร้างทั้งหมด 313,500 บาท

           นับแต่ได้ก่อตั้งสมาคมนักเรียนเก่ามหาวชิราวุธเป็นต้นมาสมาคมฯได้ทำหน้าที่เป็นการแสดงกตัญญกตเวทิตาคุณแด่สถาบันที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาการมาจนเป็นหลักฐานโดยการสนับสนุนสรรค์สร้างถาวรวัตถุไว้หลายประการได้แก่  จัดหาเงินสร้างอาคารเรียน  (อาคาร 1)  1 หลัง,สร้างรั้วคอนกรีตรอบโรงเรียน,ก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ประดิษฐานเป็นมหามงคลแห่งสถาบัน , สร้างอาคารหอสมุด   โดยพลเอกเปรม   ติณสูลานนท์   ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ  นายกสมาคมกิตติมศักดิ์เป็นประธานจัดสร้าง นอกจากนั้นมีการปรับปรุงสนามกีฬาของโรงเรียน ตลอดจนให้การสนับสนุนศิษย์ปัจจุบัน  และโรงเรียนในกิจกรรมต่างๆเสมอมา

         ศิษย์เก่ามหาวชิราวุธทุกคน  มีความรักและซาบซึ้งต่อสถาบันไม่มีวันเสื่อมคลาย  เสียงเพลง.....  “น้ำเงินและขาวเราบูชา ศรีมหาวชิราวุธที่เคยรุ่งเรืองฯ....  ....สามัคคีนี้นำเราไปสู่หลักชัยขอให้เราไชโย”  กระหึ่มขึ้นแห่งแล้วแห่งเล่า  แม้ในต่างแดนแสดงถึงการรวมพลัง  ลูกมหาฯ คราพบปะกัน   การรำลึกถึงดินแดนแห่ง  น้ำเงิน-ขาว  ความเก่าๆ ก็ผุดขึ้นในสำนึกร่วมสถาบันล้วนช่วยเหลือกัน ด้วยความมั่นคงในสามัคคี  และจะเป็นเช่นนี้สืบไปชั่วกัลปาวสาน........


รายนามนายกสมาคม
นักเรียนเก่ามหาวชิราวุธ

พ.ศ.
นายก
พ.ศ.
นายก
2477
นายกิติ  วรรณพฤกษ์
2502
นายปั้น  วิริโยทัย
2478
นายพิชิต  ศิริโชติ
2503
นางเล็กดา  จุลสมัย
2479
พระประสาทสมบัติ
(แดง  สลานนท์)
2504
2505
นายโกวิท  คติการ
นายโกวิท  คติการ
2480 - 2481
พระประสาทสมบัติ
(แดง  สลานนท์)
2506
2507
นายโกวิท  คติการ
นายสวัสดิ์  ถาวรสุวรรณ
2482 - 2483
นายตรา  นาคมรกต
2508
นายพิพิธ  วรรณพฤกษ์
2484 2485
2486
นายพิชิต  ศิริโชติ
ขุนมนัสเนติ
(มนัส  เครือตราชู)
นายสุดใจ  เหล่าสุนทร
2509 2513

2514
พ.ต.ท.พยูณ  สุขะนันท์
(พล.ต.ต.)
ร.ต.อ.เปรม  รุจิเรข
(พ.ต.ท.)
2487
2488
นายพงศ์อินทร์  ศุขขจร
นายบุญประกอบ  
ศิริวงศ์
2515 - 2519
พ.ต.ท.พยูณ  สุขะนันท์
(พล.ต.ต.)
2489
นายไพศาล  สว่างพงศ์
2520 - 2525
นายสืบสวัสดิ์  สาครินทร์


2490


2491


นายไพศาล  สว่างพงศ์


น.พ.บุญจอง  ศิริวงศ์


2526


ฯพณฯพลเอกเปรม  ติณสูลานนท์  (นายกกิตติมศักดิ์)
2492 - 2493
นายแดง  รัตรสาร
2526 - 2527
น.พ.ไสว  ลิมปิษเฐียร
2494 - 2495
นายศรีพัท  มีนะกนิษฐ
2528 - 2530
นายบัญญัติ  จันทร์เสนะ
2496
นายไพศาล  สว่างพงศ์
2531 - 2533
นายไพบูลย์  พิชัยวงศ์
2497 2500
นายปั้น  วิริโยทัย
2533 - 2535
นายวิศาล  เกียรติไพบูลย์
2501
นายปั้น  วิริโยทัย
2535 2538
2539 - 2541
นายพีระตันติเศรณี
นายมนัส  อุสตัส



วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ที่มาแห่งพระบรมราชานุสาวรีย์
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

                         โรงเรียนมหาวชิราวุธจังหวัดสงขลาเป็น    โรงเรียนหลวงแห่งแรกในมณฑลปักษ์ใต้  
พระยาสุขุมนัยวินิต  (เจ้าพระยายมราช ปั้น  สุขุม)  ข้าหลวงเทศาภิบาล  ผู้สำเร็จราชการประจำมณฑลนครศรีธรรมราช  และพระยาวิเชียรคิรี  (ชม  ณ สงขลา)ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลา  ดำริจัดสร้างโรงเรียนเนื่องในวโรกาสที่ข้าราชการ  พ่อค้าข้าราชการ  พ่อค้า  ประชาชนชาวสงขลา  ประกอบพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าอัครราชเทวี  และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช  เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ  สยามมกุฎราชกุมาร  ในวันศุกร์ที่  1  มกราคม  ร.ศ. 115  มีการบำเพ็ญกุศลและมหรสพสมโภช
พระบรมฉายาลักษณ์ ซึ่งพระยาสุขุมนัยวินิตได้รับพระราชทานตั้งแต่ครั้งยังเป็นขุนวิจิตรวรสาส์นถวายพระอักษรภาษาไทย ณ ประเทศอังกฤษ


พระยาสุขุมนัยวินิต  (เจ้าพระยายมราช ปั้น  สุขุม)



พระยาวิเชียรคิรี  (ชม  ณ สงขลา)

           ในมหามงคลกาลครั้งนี้ท่านได้ให้พระเสนาพิพิธข้าหลวงผู้ช่วยรับบริจาคเงินได้เงินสามัคคีสวามิภักดิ์จำนวน  3,940.00  บาท  และขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ตั้งนามโรงเรียนเพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ว่า 
 “มหาวชิราวุธ”  ซึ่งทรงมีพระบรมราชานุญาตในวันที่  12  กุมภาพันธ์  ร.ศ.115  (พ.ศ.2439)


ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเลียบมณฑลปักษ์ใต้ และประทับแรม  ณ เมืองสงขลา  ได้เสด็จทอดพระเนตรโรงเรียนมหาวชิราวุธ  เมื่อวันเสาร์ที่ 17มิถุนายน  พ.ศ.2458ทรงเห็นความเจริญก้าวหน้าของโรงเรียน  ซึ่งเป็นโรงเรียนตัวอย่างของมณฑลนครศรีธรรมราช  และนักเรียนก็มีน้ำใจรักโรงเรียนโดยแท้จริงจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้นามโรงเรียนว่า  “โรงเรียนมหาวชิราวุธ”ดังเดิม  ด้วยสำนึกในพระบารมีที่ได้ทรงบันดาลใจให้สถาปนาโรงเรียนมหาวชิราวุธขึ้น  นักเรียนโรงเรียนมหาวชิราวุธ  นักเรียนเก่า  และพสกนิกรชาวสงขลาจึงเริ่มปรารภด้วยความตระหนักในพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงของพระองค์ท่านที่จะสถาปนาอนุสรณ์น้อมเกล้าฯถวาย  ดังนั้น  ในวันที่  24  มกราคม  พ.ศ.2521  สมาคมนักเรียนเก่ามหาวชิราวุธ  โรงเรียนมหาวชิราวุธ  จังหวัดสงขลา  ด้วยความสนับสนุนของผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา  ซึ่งเป็นนักเรียนเก่าด้วยผู้หนึ่งมีมติให้สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์     พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ  พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  ประดิษฐาน  ณ โรงเรียนมหาวชิราวุธ  จังหวัดสงขลา  เพื่อเทิดทูนพระเกียรติยศ  เพื่อให้ลูกเสือ  นักเรียน  และประชาชนได้สักการะในโอกาสอันสมควร  และเพื่อให้นักเรียน  ครู-อาจารย์  โรงเรียนมหาวชิราวุธ  จังหวัดสงขลา  ได้มีโอกาสน้อมเกล้าฯระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีพระเมตตาพระราชทานพระปรมาภิไธย  “มหาวชิราวุธ”  เป็นมงคลนามของโรงเรียน
  
สมาคมนักเรียนเก่ามหาวชิราวุธ  และผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา  ได้เริ่มดำเนินงานจัดสร้างตั้งแต่วันที่  21  เมษายน  พ.ศ.  2521  เป็นต้นมา  ซึ่งฯพณฯ  พลเอกเปรม  ติณสูลานนท์  นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น  เป็นประธานคณะกรรมการดำเนินการก่อสร้าง  โดยขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ฯจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ  ขอความร่วมมือจากกรมศิลปากรในการสำรวจสถานที่ก่อสร้าง  ออกแบบ  และปั้นหล่อพระบรมพระราชานุสาวรีย์
       
ต่อมาในวันที่  7  กันยายน  พ.ศ.2523  ฯพณฯ  พลเอกเปรม  ติณสูลานนท์  ได้มาเป็นประธานวางศิลาฤกษ์พระบรมราชานุสาวรีย์ฯ  ณ โรงเรียนมหาวชิราวุธ  จังหวัดสงขลา  งานปั้นหล่อพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ  ใช้เวลาทั้งหมด  29  เดือน  (14  มีนาคม  พ.ศ.2523 – 14  สิงหาคม  พ.ศ.2525)  เป็นพระบรมรูปขนาดเท่าครึ่งพระองค์จริง  ประทับยืน  ฉลองพระองค์ชุดนายพลเสือป่าม้าหลวง  หล่อด้วยโลหะทาน้ำยาเคมี  กรมศิลปากรได้อัญเชิญเสด็จโดยทางรถยนต์จากกรุงเทพมหานคร  

เมื่อวันที่16สิงหาคม พ.ศ.2525และมาถึงจังหวัดสงขลา  เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม  พ.ศ.2525  อัญเชิญเสด็จเลียบเมืองสงขลา  และอัญเชิญเสด็จสู่แท่นพระที่ภายในโรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา


ในวันที่  29 สิงหาคม  พ.ศ.2525 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร  รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี ทรงปรดเกล้าฯเสด็จพระราชดำเนินเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ  
โดยฯพณฯ  พลเอกเปรม  ติณสูลานนท์  นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นผู้ถวายคำกราบบังคมทูลในพิธีและในภาคกลางคืนมีกิจกรรมเฉลิมฉลอง จากคณะครูและ นักเรียนโรงเรียนมหาวชิราวุธ  คณะลูกเสือจังหวัดสงขลา ประชาชนชาวจังหวัดสงขลาและกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก 
พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  จึงสถิตย์เป็นมิ่งขวัญ และเป็นพระบรมราชานุสรณ์แห่งความจงรักภักดี  สามัคคีธรรม  และกตัญญูกตเวทิตาธรรม  แก่ชาวมหาวชิราวุธ  และพสกนิกรชาวไทยสืบมา
อนึ่ง  ในกาลครั้งนี้คณะกรรมการฯได้ติดต่อกองกษาปณ์  กรมธนารักษ์  ผลิตเหรียญพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  ตามแบบที่ได้รับพระบรมราชานุญาต  เป็นที่ระลึก  จำนวน  20,000 เหรียญด้วย

โรงเรียนยุคฟื้นฟู ( พ.ศ.2490 –2509)

         พ.ศ.2490 – พ.ศ.2509 เป็นยุคหลังจากสงครามและเริ่มเกิดการฟื้นฟูในหลายด้านเพราะได้รับความเสียหายอย่างมาก จากสงครามเอเชียบูรพา จึงต้องทำการปรับปรุงอาคารสถานที่ที่ได้รับความเสียหายจากสงคราม และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่นักเรียนและครูอาจารย์


วันที่ 1 มกราคม  2490  ซึ่งเป็นวันที่โรงเรียนมหาวชิราวุธมีอายุครบ 50 ปี จึงเป็นนิมิตหมายอันดีที่จะสร้างอาคารเรียนหลังใหม่  โดยกำหนดการวางศิลาฤกษ์  ในวันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2490  เวลา 10.48 นาฬิกา  โดยมีหม่อมหลวงปิ่น  มาลากุล  ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในขณะนั้นเป็นประธานในพิธี
            อาคารหลังใหม่นี้เริ่มก่อสร้างในปี  2491 นอกจากนี้อาจารย์พงศ์อินทร์ ศุขขจร ได้แต่งเพลงมาร์ช ประจำโรงเรียนเอาไว้ด้วยและใช้มาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้  จนกระทั่งปี 2492 อาจารย์พงศ์อินทร์  ศุขขจร  ย้ายไปรับราชการที่กรุงเทพมหานคร  ทำให้อาจารย์คิด  เลิสสิริ  ก้องสมุท  ครูใหญ่โรงเรียนประจำอำเภอทุ่งสง ย้ายมาดำรงตำแหน่งครูใหญ่แทนในปี  2496  และอาคารใหม่ซึ่งตั้งเป็นอาคาร 1 ได้เสร็จสมบูรณ์ในปี 2496 นี่เอง



พ.ศ.2497  อาจารย์ชื้น  เรืองเวช  ได้ย้ายมาเป็นอาจารย์โรงเรียนมหาวชิราวุธแทนอาจารย์คิดเลิสสิริ ก้องสมุท สมัยนี้เน้นการทำกิจกรรมเสริมหลักสูตรและทำกิจกรรมร่วมกับสังคมภายนอกเป็นการนำโรงเรียนเข้าสู่ชุมชน


พ.ศ.2505  ได้สร้างโรงอาหาร  เป็นอาคารไม้ชั้นเดียว  (ปัจจุบันรื้อแล้ว)

            พ.ศ.2507  อาจารย์ชื้น  เรืองเวช  ย้ายไปรับราชการที่จังหวัดฉะเชิงเทรา  และอาจารย์จรัญ โสตถิพันธุ์  มาเป็นอาจารย์ใหญ่

            พ.ศ.2507  สร้างอาคารคหกรรมศิลป์ เป็นอาคารชั้นเดียว ในปีนี้หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้มาเยี่ยมชมโรงเรียน

            พ.ศ. 2509  ได้สร้างอาคารเรียนไม้  2  ชั้น  เพิ่มขึ้นอีก  1  หลัง นั่นคืออาคารเรียน  2  ซึ่งปัจจุบันได้รื้อไปแล้วเพื่อสร้างหอประชุมเปรม 100 ปี มาหวชิราวุธ

.